วิธีประเมินมูลค่าหุ้น อันไหนดีสุด ?

มีคนถามเกี่ยวกับวิธีประเมินมูลค่าหุ้นว่าวิธีไหนดีสุด วันนี้เราเลยถือโอกาสอธิบายให้เห็นภาพว่าวิธีประเมินมูลค่าหุ้นมันมีอะไรบ้าง แต่ละอันต่างกันอย่างไร และวิธีไหนดีที่สุดครับ หัวข้อนี้เป็นเนื้อหาที่ผมสอบ CFA Level 2 ผ่านไปแล้วพอดี ซึ่งรายละเอียดเรื่องนี้มันเยอะเนื้อหามีเป็นเล่มเลยครับ แต่ผมจะพยายามอธิบายมันคร่าวๆละกันนะ วิธีประเมินมูลค่าบริษัทมันจะแบ่งเป็น 1. Income approach หรือ Present value models ไอเดียหลักคือมูลค่าของทรัพย์สินมันควรจะคิดจากผลประโยชน์ที่เราคาดว่าจะได้รับจากการที่เราเป็นเจ้าของมัน ดังนั้นถ้าเราประมาณการผลประโยชน์ที่เราคาดว่าจะได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแล้วคิดลดผลประโยชน์เหล่านั้นทั้งหมดกลับมาเป็นมูลค่าในปัจจุบัน ตัวเลขที่ได้มาจากการคำนวณก็ควรจะเป็นมูลค่าของทรัพย์สินนั้น วิธีการกลุ่มนี้มันก็จะมีแยกย่อยออกไปอีกและแต่ละวิธีก็จะมีรายละเอียดปลีกย่อยลงไปอีก อันหลักๆที่ได้รับความนิยมก็จะเป็น •คิดลดตัวปันผล (Discounted Dividend) ตรงไปตรงมาสุด ข้อมูลมีอยู่แล้วด้วย แต่มันก็จะมีปัญหากับบริษัทที่ไม่จ่ายปันผล หรือจ่ายปันผลห่างจากกำไรสุทธิที่ทำได้เยอะมาก •คิดลดความสามารถในการจ่ายปันผล (Discounted Free Cash Flow) Free Cash Flow นี่หมายถึงกระแสเงินสดที่มาจากการดำเนินงานและหักส่วนที่ต้องใช้สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียนและลงทุนในสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจแล้ว อันนี้ก็ออกมาแก้ความเสียเปรียบของการคิดลดตัวปันผล ในทางคอนเซปต์ก็เหมาะสมมากใช้ได้กับหุ้นที่จ่ายและไม่จ่ายปันผล แต่ข้อเสียคือข้อมูลมันไม่มีต้องทำการบ้านเยอะ ปกติที่ต้องใช้การเดาอยู่แล้วยิ่งต้องเดาเยอะขึ้นไปอีก มีทำกัน 2 แบบหลักๆคือคิดลดตัว Free Cash Flow to Equity กับ Free Cash Flow to the Firm สำหรับคนต้องการรายละเอียดวิธีทำเราเคยมีอธิบายไว้ในวีดิโออื่น    • วิธีประเมินมูลค่าหุ้นด้วย Discounted Cash ...      • วิธีประเมินมูลค่าหุ้นด้วย Discounted Cash ...      • วิธีประเมินมูลค่าหุ้นด้วย Discounted Cash ...   โดยภาพรวมของวิธีการนี้ข้อดีคือหลักการมันถูกต้องสุดละ แต่ข้อเสียคือมันมีตัวแปรที่ยากมากอยู่สองเรื่องคือการประมาณการผลประโยชน์ที่เราคาดว่าจะได้รับในอนาคต และอัตราผลตอบแทนที่ใช้ในการคิดลดซึ่งโดยหลักการแล้วควรจะต้องเป็นผลตอบแทนที่สะท้อนความเสี่ยงของทรัพย์สินนั้นซึ่งก็มีหลายทฤษฎีอีกว่าควรจะคิดมายังไง 2. Market approach หรือ Pricing multiples ไอเดียหลักมาจาก Law of one price ซึ่งบอกว่าของที่เหมือนๆกันในตลาดก็ควรจะมีราคาขายเท่าๆกัน หรือว่าง่ายๆคือวิธีการก็คือดูว่าโดยเฉลี่ยกลุ่มบริษัทหรือกลุ่มทรัพย์สินที่ลักษณะใกล้เคียงกับอันที่เราสนใจมันขายกันอยู่ในตลาดเท่าไหร่แล้วมาเทียบกันกับอันที่เราสนใจ วิธีการกลุ่มนี้ก็มีหลากหลายเช่นกัน แต่ที่นิยมใช้ส่วนใหญ่ก็คือการเทียบราคาหุ้นกับปัจจัยพื้นฐานบางอย่างของบริษัทว่าเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ เช่นราคาเทียบกับกำไร (P/E), ราคาเทียบกับมูลค่าทางบัญชี (P/B), ราคาเทียบกับยอดขาย (P/S), ราคาเทียบกับปันผล (Dividend yield) หรือไม่ก็เทียบราคาของทั้งบริษัท (Enterprise Value) กับ EBITDA อันนี้คล้ายๆกับ P/E แหละแต่ต่างตรงที่มองจากมุมมองของทั้งบริษัทไม่ใช่เฉพาะจากมุมมองของผู้ถือหุ้น โดยภาพรวมวิธีการนี้ข้อดีคือมันใช้สิ่งที่เกิดขึ้นจริงแล้วในตลาดไม่ต้องอาศัยการเดาตัวเลขในอนาคต แต่ข้อเสียคือมันประเมินมูลค่าของบริษัทในเชิงเปรียบเทียบ ถ้าสมมติฐานที่บอกราคาตลาดเหมาะสมแล้วไม่เป็นจริงปุ๊บการประเมินมูลค่าก็อาจจะเพี้ยน เช่นถ้าตลาดโดยเฉลี่ยแล้วแพงเกินไปทั้งตลาด ต่อให้หุ้นที่เราสนใจดูถูกเมื่อเทียบกับตลาดก็ไม่ได้แปลว่าหุ้นมันราคาถูก มันอาจจะราคากลางๆเหมาะสมแล้วหรือจริงๆยังแพงไปก็ได้ ตัวอย่าง Dotcom bubble ในอเมริกางี้ 3. Asset-based approach ไอเดียหลักคือไปดูว่าบริษัทมีทรัพย์สินอะไรมูลค่าเท่าไหร่แล้วก็หักหนี้สินออกไปได้มาเป็นมูลค่าของบริษัท วิธีการนี้มีที่ใช้จำกัด โดยปกติเค้าจะใช้กับบริษัทที่กำลังจะเลิกกิจการกำลังจะขายทรัพย์สินจ่ายหนี้แล้วคืนเงินให้กับผู้ถือหุ้น หรือไม่ก็ใช้กับบริษัทที่ทำธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติเช่นเหมือง, ทำป่าไม้, ฯลฯ เช่นดูว่าแร่ที่มีอยู่ในเหมืองมีจำนวนเท่าไหร่ คาดว่าราคาตลาดที่จะขายได้คือเท่าไหร่ มีค่าใช้จ่ายในการขุดแร่พวกนี้ขึ้นมาเท่าไหร่ ทีนี้อันไหนดีสุด ส่วนตัวแล้วผมก็จะบอกว่าวิธีการแบบที่ 1 ที่ทำการคิดลดผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับในอนาคตเนี่ยแหละครับคือดีสุดละ ถึงแม้ว่ามันจะมีความยากและมีจุดบอดเรื่องตัวแปรที่ใช้ก็ตาม แบบที่ 3 มันชัดเจนอยู่แล้วว่าใช้ได้จำกัด ส่วนแบบที่ 2 ผมก็เห็นอยู่ว่ามันมีจุดบอดตรงสมมติฐานว่าตลาดถูกต้องและเหมาะสมแล้ว ปัจจุบันนี้คนในวงการส่วนใหญ่เห็นด้วยตรงกันว่าวิธีคิดลดความสามารถในการจ่ายปันผล (Discounted Free Cash Flow) ดีกว่าการคิดลดปันผล (Discounted Dividend) แต่ปัจจุบันวิธีที่ผมใช้อยู่เป็นหลักคือ Discounted Dividend แต่เปลี่ยน terminal value แทนที่จะคิดแบบปันผลโตไป infinity ผมใช้ Price multiple แทน ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะผมรู้สึกว่ามันง่ายกว่าที่จะไปประมาณ Free Cash Flow และสุดท้ายวิธีการไหนมันก็อาศัยการทำนายอนาคตซึ่งไม่มีทางแม่นยำอยู่ดี ดังนั้นผมเห็นการประเมินมูลค่าหุ้นว่ามีไว้เพื่อให้เราพอจะบอกได้คร่าวๆเท่านั้นเองว่าตอนนี้ราคาหุ้นมันถูกหรือแพง ไม่ได้มีไว้เพื่อคำนวณให้ได้ตัวเลขเป๊ะๆ สรุปคือมันไม่มีวิธีอะไรที่ทำให้เราทำนายอนาคตได้ ผมถึงบอกเสมอว่าอย่าไปกังวลกับวิธีการประเมินมูลค่าหุ้นมากนัก คุณก็ใช้วิธีการที่รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลสำหรับคุณน่ะแหละ แล้วเอาเวลาไปศึกษาทำความเข้าใจตัวธุรกิจของบริษัทดีกว่า มีประโยชน์กว่ากันเยอะครับ ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ ติดตามข่าวสารเราได้บน Facebook   / smartstockinvestment   หรืออ่านบทความอื่นๆของเราได้บนเวป http://www.adisonc.com/stock-investme...

EP.24 งงมานาน! เข้าใจซักที ประเมินมูลค่าหุ้นด้วย P/BV (Part 1/2)
▶︎

EP.24 งงมานาน! เข้าใจซักที ประเมินมูลค่าหุ้นด้วย P/BV (Part 1/2)

วิธีประเมินมูลค่าหุ้นด้วย Discounted Cash Flow (DCF) : ตอน 1 Discounted Dividend
▶︎

วิธีประเมินมูลค่าหุ้นด้วย Discounted Cash Flow (DCF) : ตอน 1 Discounted Dividend

อัตราคิดลด, Equity Risk Premium, เบต้า, Risk-Free, CAPM, Required rate of return  คืออะไร หาจากไหน?
▶︎

อัตราคิดลด, Equity Risk Premium, เบต้า, Risk-Free, CAPM, Required rate of return คืออะไร หาจากไหน?

เคล็ดลับเลือก ‘หุ้นปันผลดีๆ’ ให้เสี่ยงน้อยและมี Passive Income ต่อเนื่อง | NEW GEN INVESTOR EP.42
▶︎

เคล็ดลับเลือก ‘หุ้นปันผลดีๆ’ ให้เสี่ยงน้อยและมี Passive Income ต่อเนื่อง | NEW GEN INVESTOR EP.42

หุ้นไทย จ่ายปันผลสูง อันดับต้น ๆ ของเอเชีย | Talk ลงทุนแมน
▶︎

หุ้นไทย จ่ายปันผลสูง อันดับต้น ๆ ของเอเชีย | Talk ลงทุนแมน

วิธีประเมินมูลค่าหุ้นด้วย Discounted Cash Flow (DCF) : ตอน 2 Discounted FCFE
▶︎

วิธีประเมินมูลค่าหุ้นด้วย Discounted Cash Flow (DCF) : ตอน 2 Discounted FCFE

EP.23 เข้าใจซักที! วิธีประเมินมูลค่าหุ้นด้วย P/E Ratio แบบละเอียดยิบ! (Part 2/2)
▶︎

EP.23 เข้าใจซักที! วิธีประเมินมูลค่าหุ้นด้วย P/E Ratio แบบละเอียดยิบ! (Part 2/2)

สูตรลับวิธีคัดหุ้น "หุ้นเติบโต vs หุ้นปันผล" เลือกผิดชีวิตเปลี่ยน! | Money Matters EP.321
▶︎

สูตรลับวิธีคัดหุ้น "หุ้นเติบโต vs หุ้นปันผล" เลือกผิดชีวิตเปลี่ยน! | Money Matters EP.321

หาหุ้นลงทุน ทั้งชีวิตกับ”ฮง” - เซียนหุ้นอัจฉริยะ Money Chat Thailand : สถาพร งามเรืองพงศ์ (PART 1)
▶︎

หาหุ้นลงทุน ทั้งชีวิตกับ”ฮง” - เซียนหุ้นอัจฉริยะ Money Chat Thailand : สถาพร งามเรืองพงศ์ (PART 1)

วิธีประเมินมูลค่าหุ้น ก่อน "เริ่ม" เลือกหุ้น | #investnow How To EP.3
▶︎

วิธีประเมินมูลค่าหุ้น ก่อน "เริ่ม" เลือกหุ้น | #investnow How To EP.3

4 เช็กลิสต์เลือกซื้อ หุ้นรายตัว ให้พอร์ตโต l NEW GEN INVESTOR EP.7
▶︎

4 เช็กลิสต์เลือกซื้อ หุ้นรายตัว ให้พอร์ตโต l NEW GEN INVESTOR EP.7

ทำไม! ราคาทองคำลงเอาๆ : News Hour 26-06-69
▶︎

ทำไม! ราคาทองคำลงเอาๆ : News Hour 26-06-69

งบกระแสเงินสด รายการหลักๆที่ควรรู้
▶︎

งบกระแสเงินสด รายการหลักๆที่ควรรู้

แล้วจะขายหุ้นเมื่อไหร่ดี ?
▶︎

แล้วจะขายหุ้นเมื่อไหร่ดี ?

"วิธีประเมินมูลค่าหุ้นก่อนซื้อ สำหรับมือใหม่" I TNN WEALTH 01-07-65
▶︎

"วิธีประเมินมูลค่าหุ้นก่อนซื้อ สำหรับมือใหม่" I TNN WEALTH 01-07-65

EP.23 เข้าใจซักที! วิธีประเมินมูลค่าหุ้นด้วย P/E Ratio แบบละเอียดยิบ! (Part 1/2)
▶︎

EP.23 เข้าใจซักที! วิธีประเมินมูลค่าหุ้นด้วย P/E Ratio แบบละเอียดยิบ! (Part 1/2)

VI | EP 24 | รู้ได้อย่างไรว่าซื้อหุ้นแพงไปแล้ว ด้วยการประเมินมูลค่าหุ้นแบบย้อนกลับ
▶︎

VI | EP 24 | รู้ได้อย่างไรว่าซื้อหุ้นแพงไปแล้ว ด้วยการประเมินมูลค่าหุ้นแบบย้อนกลับ

ไม่ต้องเฝ้าจอ ไม่ต้องเลือกหุ้นรายตัว! 3 ETF ที่ผมถือเป็นแกนหลักพอร์ตระยะยาว
▶︎

ไม่ต้องเฝ้าจอ ไม่ต้องเลือกหุ้นรายตัว! 3 ETF ที่ผมถือเป็นแกนหลักพอร์ตระยะยาว

เคล็ดลับหาหุ้นถูกหุ้นแพงได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง | Market Today
▶︎

เคล็ดลับหาหุ้นถูกหุ้นแพงได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง | Market Today

ลงทุนหุ้นแนว VI | EP 14 วิธีประเมินมูลค่าหุ้นที่ผมใช้สร้างพอร์ตลงทุน
▶︎

ลงทุนหุ้นแนว VI | EP 14 วิธีประเมินมูลค่าหุ้นที่ผมใช้สร้างพอร์ตลงทุน