รีวิว New Himalayan 450 ทางเรียบ และทางฝุ่น
Royal Enfield Himalayan 450 รอบนี้เราได้เดินทางมาทดสอบรถคันนี้ถึงประเทศอินเดียทางเหนือ และมาไกลถึงเมืองมะนาลี เป็นเมืองที่ติดกับแนวเทือกเขาหิมาลัย เรียกได้ว่าได้มาทดสอบรถกันถึงต้นกำเนิดของเจ้า Himalayan กันเลยทีเดียว สภาพวิวสองข้างทางนั้นสวยมาก ฟิวบางทีนี่นึกว่าอยู่ยุโรป อากาศช่วงนี้ค่อนข้างหนาว ประมาณ 4-5 องศา เย็นจัด แต่โชคดีที่เราเตรียมพร้อม อัดชุดทัวร์ริ่ง SPIDI มาแบบเต็มระบบ ใส่ทั้งซับในที่กันฝน เติมอีกชั้นด้วยเสื้อนวมกันหนาว สำคัญสุดกับการขับขี่คือผ้าบัพ ถ้าไม่มีนี่หนาวจนขี่ไม่ไหวแน่นอน เอาจริงๆในความคิดของแอดมินเองไม่เคยคิดว่าประเทศอินเดีย จะมีวิวที่สวยงามขนาดนี้ กับเส้นทางสุดพิเศษ เส้นทางสู่ดินแดนที่ราบสูงตอนปลายของเทือกเขาหิมาลัย มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ซึ่งจะมีไม่กี่เดือนเท่านั้นที่จะเปิดรับคนภายนอกเข้ามาเยี่ยมเยือนได้ เพราะหลังจากนั้นเส้นทางนี้มันจะอันตรายมาก ว่ากันว่าที่แห่งนี้คือ สถานที่ที่สวรรค์กับโลกมนุษย์มาบรรจบกัน สวยงดงามเกินบรรยาย ควรมาเห็นด้วยตาตนเองสักครั้งนึงในชีวิต เทือกเขาสูงใหญ่ตั้งตระหง่านสลับกันตลอดทาง แถมบางช่วงยังมีลำธารที่เกิดจากการละลายของน้ำแข็ง สวยงดงามแปลกตาสุดๆ มาเข้ากันที่เรื่องรถกันบ้างดีกว่า มันคือรถที่เหมาะกับคนที่รักในการเดินทางของจริง ฟิวแรกที่จับได้คือมันเป็นรถที่มีจุดศูนย์ถ่วงและบาล้านซ์ดีมาก มีความยืดหยุ่นและเกาะถนนอย่างดีเยี่ยม เป็นจุดที่น่าประทับใจสุดๆสำหรับรถคันนี้ ด้วยช่วงล่างแบบใหม่จาก Showa USD แท้ไม่ใช่เทเลกลับหัว และโช้คหลังวางองศาพิเศษ การทำงานของโช้คนั้นมีประสิทธิภาพที่ดีลงตัวเหมาะสมกับรถที่เน้นการใช้งานที่สมบุกสมบัน ด้วยเส้นทางการเดินทางของเรารอบนี้จะเป็นการขับขี่บนเส้นทางดินเป็นส่วนใหญ่ เราจึงได้ทดสอบชุดกันสะเทือนทั้งหน้าและหลังของเจ้ารถคันนี้ กันอย่างจุใจ ต้องบอกว่ามันดูดซับแรงกระแทกจากเส้นทางขรุขระได้ทั้งหมดเลย ไม่บั๊ม ไม่ยัน ลงตัวสุดๆ ด้านอัตราเร่งของเครื่องยนต์พิกัด 452 cc. มันไม่ได้จัดจ้านมากอะไรขนาดนั้น แต่ก็สามารถดันเนิน วิ่งลัดเลาะตามป่าเขาไปได้อย่างสบาย มีกำลังให้ใช้งานแบบพอดีมือ สายมือตึงอาจจะไม่ค่อยตอบโจทย์เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นนักเดินทางที่ต้องการขับขี่รถท่องเที่ยวระยะไกล ถูกใจเจ้าคันนี้ 100% ด้วยแรงบิดที่มีมาให้ 40 Nm. นั้นมันเหมาะแก่การเอาไว้เดินทางท่องเที่ยวอย่างที่สุด การขับขี่ท่องเที่ยวถ้าเราใช้รถที่มีกำลังเครื่องยน์สูง แรงบิดมหาศาล แน่หล่ะว่ามันสามารถไปได้เร็วกว่า และดีกว่า แต่บางครั้งการเดินทางเพื่อเสพบรรยากาศวิวสองข้างทาง ไม่จำเป็นต้องขี่เร็วเสมอไป ขับให้ช้าลง ทั้งปลอดภัย ทั้งได้เสพธรรมชาติแบบเต็มสองตา เครื่องยนต์ยิ่งแรงมาก ยิ่งต้องใช้เเรงควบคุมเยอะ ก็จะยิ่งเพิ่มความเหนื่อยให้กับเราเพื่อคอนโทรลมัน ด้านความสูงของตัวรถก็ได้ปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ความสูงของเบาะอยู่ที่ 825 mm.ระยะ Ground Clearance ที่ถูกปรับให้มีความสูงมากถึง 230 mm. ถือว่าสูงเทียบเท่ารถคลาส 800 cc.เลยนะ ตัวรถมีความเปรียวบาง สูงโปร่ง แนวๆรถยุโรป แต่สามารถวางเท้าได้เต็มเท้า คือมันเหมาะกับชาวไทยอย่างมาก ท่านั่งการขับขี่ก็ออกแบบใหม่ตามหลักสรีระศาสตร์ ทั้งการวางเท้า แฮนด์บาร์ขนาดกว้าง เบาะ ทุดจุดมันเอื้อต่อการเดินทางไกลสุดๆ คือฟิลแบบขี่ง่าย จะนั่งก็สบาย จะยืนก็ทำได้ง่ายไม่เทอะทะ ด้าน Clash Bar ที่ติดตั้งมาให้ด้านหน้า ตรงถังนน้ำมัน เป็นจุดที่ใช้งานได้จริง เพราะตัวแอดมินเองพลาดล้มแปะไปครั้งหนึ่ง เลยรู้ได้ว่าชิ้นส่วนนี้มันใช้งานได้ดี ปกป้องตัวรถให้ปลอดภัย อีกหนึ่งสิ่งที่ใช้งานแล้วรู้สึกดีคือคันเร่งไฟฟ้า Ride by Wire ตอบสนองได้ดี ไม่หน่วง กับหน้าจอเรือนไมล์จอสี TFT ทรงกลม สามารถเชื่อมต่อ Smart Phone ได้ พร้อมระบบนำทางแบบ Full Map หรือจะเปิดแค่ Turn by Turn ก็สามารถทำได้ตามต้องการ ส่วนของระบบความปลอดภัยนั้น ให้เบรกหน้ามาเป็นดิสก์เดี่ยวขนาด 320 mm. ใหญ่เอาเรื่อง เรื่องการใช้งานก็ทำได้ดีมากด้วย มั่นใจได้แม้ต้องเบรกหนัก เบรกบ่อย จับคู่กับคาลิปเปอร์ Bybre 2 pot บวกกับระบบ ABS หน้า/หลัง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้ดี บวกกับชุดล้อซี่ลวดสไตล์ Adventure หน้า 21 นิ้ว หลัง 17 นิ้ว รัดด้วยยาง Dual Purpose หรือยางกึ่งนั่นเอง คือมันก็พาเราข้ามผ่านอุปสรรคไปได้อย่างสบายนะ เจ้ารถคันนี้มันก็พาเราไปได้เรื่อยๆ แบบชิลด์ๆ ขึ้นเนิน ลงเนิน ก็ทำได้ดีไม่เหนื่อยด้วย ไม่ต้องเค้นเครื่องยนต์มาก ส่วนของทางเรียบก็ต้องบอกว่ามันคือรถสไตล์ท่องเที่ยวที่ดีคันหนึ่งเลยเหละ พับเข้าโค้งก็ง่ายไม่หน่วง ดูดโค้งดี ไม่ขืนเวลาเลี้ยว ช่วงล่างหนึบ อันนี้ต้องชื่นชมทีมวิศวะกรที่ออกแบบเจ้ารถคันนี้เลยว่าทำออกมาได้อย่างลงตัวสุด ไม่ใช่ว่าใส่แต่ของมาเว่อร์ๆ แต่ใช้งานไม่ได้เรื่อง อันนี้ทุกชิ้นส่วน ทุกการออกแบบมันใช้งานได้หมด แถมยังทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพเน้นใช้งาน อึด ถึก ทน ดูแลรักษาง่ายไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษมาก เอาเป็นว่าถ้าคุณชอบในการเดินทาง ที่ไม่ว่าทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร จะบุกลุยฝ่าอุปสรรคขนาดไหน ก็ไม่หวั่น แนะนำเจ้าคันนี้เลย Royal Enfield Himalayan 450 มันพร้อมจะพาคุณไปท่องเที่ยวทั่วโลกได้อย่างปลอดภัยเเน่นอน

Himalayan450 Full Review ปรับสู่ความเป็นสากลนิยมที่ผสมความแกร่งอย่างลงตัว (2529)

รีวิว ลองขี่ครั้งแรก Royal Enfield Himalayan 450 แพะภูเขายุคใหม่ ทำดีกว่าที่คิด กับราคา 2.1 แสน

Winter Morning Commute to work in a small town Brazil | POV Raw Sound

Realistic daily life in an ordinary Chinese village (No One Tells You This)

Royal Enfield Himalayan 450 (PRE-PRODUCTION BIKE): can’t believe I’m riding it in India 🇮🇳

2026 Honda Track Xperience x CBR Trophy The Series EP.1 : ลงเอง แข่งเอง ระเบิดเอง !!

No Other Adventure Bike Has This Problem… - Royal Enfield Himalayan 450

โตโยต้าท่ามกลางความโดดเดี่ยว | ค่ายญี่ปุ่นกำลังเผชิญภาวะต้มกบอยู่ใช่ไหม?

It's time for another showdown! KLE500SE VS Himalayan 450. Which one will you choose?

Vlog 36 ขี่ Royal Enfield Himalayan 450 เที่ยวไปเรื่อยๆ จากอุทัยธานีสู่ตาก

Worst Adventure Bikes to Avoid in 2026 | Don’t Waste Your Money!

(My) Final verdict on Himalayan 450 vs CF Moto 450 MT on UK green lane.

Royal Enfield Himalayan 450 ดีพอไหม สำหรับการเป็นรถ Touring

Finally Crossing the Arctic Circle on Himalayan 450 - Motorcycle Winter Trip S2425 EP12

Himalayan Trails ทริปหนัก ทางโหด รถจะไหวไหม #himalayan #scram411

Yamaha Tenere 700, Suzuki V-Strom 800DE, Honda Transalp 750 | Real-World, In-Depth Comparison

Transforming Our Himalayan 450 to Fit Lana | Full Workshop Install

รีวิว Himalayan 450 ดีขึ้นทุกประการ เสียตังค์ทั้งที ลองดูคันนี้ก่อนครับ!

13 อันดับรถมอเตอร์ Touring Adventure ขนาดกลาง 500-800 cc

